nignoii

4 out of 5 dentists recommend this WordPress.com site

จรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพการเงิน

on July 7, 2012

ในด้านของการดำเนินธุรกิจทางการเงินนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อถือ (Trust) ของลูกค้าที่มีต่อธุรกิจ เพราะสิ่งที่ธุรกิจขายให้กับลูกค้าคือบริการ ซึ่งไม่สามารถจับต้องได้และไม่สามารถทดลองใช้ก่อนได้ ดังนั้นการสร้างความน่าเชื่อถือหรือการให้บริการที่บริสุทธิยุติธรรมกับลูกค้าถือเป็นทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากสำหรับธุรกิจด้านนี้ หากแต่ว่าการตัดสินว่าสิ่งใดเป็นความยุติธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก

ความผิดหรือพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายและจริยธรรมเกี่ยวกับการเงินและการธนาคารไว้ดังนี้คือ

1) ความผิดเกี่ยวกับการเงินและการธนาคารที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นผู้เสียหายหรือเป็นผู้ต้องหา

2) ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายปริวรรตเงินตรา

3) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

4) การฉ้อโกงโดยเอกสารที่ผ่านทางธนาคารในการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ

5) การฉ้อโกงด้วยการใช้เอกสารเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือเอกสารการโอนเงิน หรือ ตั๋วแลกเงินระหว่างประเทศปลอม

6) การฉ้อโกงด้วยการใช้พันธบัตร สิทธิบัตร หรือใบหุ้นปลอม หรือใช้โดยมิชอบ

7) การฉ้อโกงในการซื้อขายในตลาดผลิตผลล่วงหน้า

8) การฉ้อโกงในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

9) การฉ้อโกงด้วยการใช้บัตรเครดิต ตั๋วแลกเงินเดินทางระหว่างประเทศปลอม

10) การฉ้อโกงหรือลักทรัพย์จากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ

จรรณญาบรรณทางการเงิน

องค์กรที่มีชื่อเสียง 3 องค์กร คือ The Association for Investment Management and Research, the

Financial Analysts Federation และ the Institute of Chartered Financial Analysts ได้ร่วมกันร่างจรรยาบรรณ

ของนักการเงินที่เป็นสมาชิกขององค์กรทั้ง 3 เพื่อใช้ปฏิบัติ ดังนี้

1) นักวิเคราะห์ทางการเงินควรทำงานอย่างมีความซื่อสัตย์และความภูมิใจ และกระทำการตามหลักของจริยธรรมในการทำงานร่วมกับสาธารณะ ลูกค้า นายจ้าง ลูกจ้าง และนักวิเคราะห์ด้วยกันเอง

2) นักวิเคราะห์ทางการเงินควรทำงานด้วยตนเองและสนับสนุนนักวิเคราะห์คนอื่นให้ทำงานอย่างมืออาชีพและในด้านที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมซึ่งจะเป็นการเพิ่ม ความน่าเชื่อถือให้กับตนเองและวิชาชีพของตน

3) นักวิเคราะห์ทางการเงินควรกระทำการด้วยความสามารถและมีการพัฒนาความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งการพยายามให้นักวิเคราะห์อื่น ทำการพัฒนาด้วย

4) นักวิเคราะห์ทางการเงินควรตัดสินใจและกระทำการใดๆอย่างรอบคอบและมีอิสระ

จริยธรรมของสถาบันการเงิน

สถาบันการเงิน หมายถึง สถาบันที่ทำธุรกิจในรูปของการยืมและให้กูยื้มเงิน หรือเปน็ สถาบันที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ให้กู้และผู้ขอกู้ โดยอาศัยเครื่องมือหรือตราสารทางการเงิน และรับภาวะการเสี่ยงจากการให้กู้ยืมเงินนั้นแทน ส่วนรายได้ของสถาบันการเงินมาจากความ แตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากผู้ขอกู้และอัตราดอกเบี้ยซึ่งต้องจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้

สถาบันการเงินในประเทศไทย สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1) สถาบันการเงินนอกระบบ เป็นสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่มีกฎหมายและ

ระเบียบข้อบังคับควบคุมการดำเนินงาน เช่น การกู้ยืมกันโดยตรง การเล่นแชร์ สินเชื่อ

ทางการค้า เป็นต้น

2) สถาบันการเงินในระบบ เป็นสถาบันการเงินที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีกฎหมายและ

ระเบียบข้อบังคับควบคุมการดำเนินงานของสถาบันการเงินในแต่ละประเภท

สถาบันการเงินภายในระบบ สามารถแบ่งได้ดังนี้

1) ธนาคารแห่งประเทศไทย

– ธนาคารพาณิชย์ ทั้งธนาคารไทยและธนาคารต่างประเทศ

– ธนาคารออมสิน

– ธนาคารอาคารสงเคราะห์

– ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

– ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

– บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

– บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

– บริษัทเงินทุน

– บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์

– บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

3) กระทรวงพาณิชย์

– บริษัทประกัน ทั้งบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย และ

บริษัทประกันวินาศภัย

4) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

– บริษัทหลักทรัพย์

– บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม

– ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

– ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์กรุงเทพ

– ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้

5) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– สหกรณ์การเกษตร

– สหกรณ์ออมทรัพย์

6) กระทรวงมหาดไทย

– โรงรับจำนำ

7) กระทรวงการคลัง

– บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

– บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม

– บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม

– กองทุน ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญ และกองทุน

ประกันสังคม

ประเด็นที่สำคัญของจริยธรรมของสถาบันการเงินเหล่านี้ก็คือ การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบและกฎหมายที่ใช้ควบคุมสถาบันการเงินอย่างเคร่งครัด และมีการดำเนินการที่สุจริต โปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะการดำเนินงานของสถาบันการเงินประเภทธนาคารพาณิชย์นั้นมีผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนทั่วไป เนื่องจากมีการทำงานที่สัมพันธ์กับประชาชนในฐานะที่เป็นลูกค้าทั้งด้านการฝากและการกู้เงิน รวมทั้งยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดกับระบบธนาคารในประเทศไทยที่ขาดเสถียรภาพ ทำให้ระบบเศรษฐกิจย่ำแย่ จนรัฐบาลต้องเข้ามาดำเนินการเองในหลายๆธนาคาร รวมทั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ต่างๆที่มีการดำเนินงานที่ไม่มีประสิทธิภาพจนทำให้ต้องยุบเลิก กิจการไป เป็นผลให้ประชาชนเดือดร้อนจากการไม่ได้รับเงินที่ฝากไว้คืนและการถูกเลิกจ้างงาน เป็นต้น


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: